เครนถล่ม สีคิ้ว–พระราม 2 อุบัติเหตุที่ย้ำเตือนถึงความเสี่ยงในการใช้เครนหรือปั้นจั่น
เมื่อกลางเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์เครนถล่มต่อเนื่องหลายเหตุการณ์ในไทยที่สะเทือนใจและสร้างคำถามต่อความปลอดภัยในงานก่อสร้าง
โดยเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่ สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อเครนขนาดใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงล้มใส่ขบวนรถไฟผู้โดยสาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากจากการพลิกคว่ำและการชนของโครงเหล็กกับตู้โดยสารของรถไฟ
อีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร เมื่อเครนและคานปูนที่ใช้ในงานก่อสร้างทางยกระดับถล่มลงมา ทับรถยนต์บนถนน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเช่นกัน
หลายคนอาจไม่ทราบว่า “เครน” และ “ปั้นจั่น” คืออุปกรณ์ประเภทเดียวกัน ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่ใช้ยกและเคลื่อนย้ายวัสดุหนักในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม แม้จะมีชื่อเรียกต่างกัน แต่หลักการใช้งานและความเสี่ยงยังเหมือนกัน และหากควบคุมหรือใช้งานผิดวิธี อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

เหตุการณ์เครนถล่มเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่างานเกี่ยวกับปั้นจั่นหรือเครนเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ผู้ใช้งานและทีมงานต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการทำงานและความปลอดภัย พร้อมทั้งควรผ่านการอบรมปั้นจั่นก่อนปฏิบัติงานจริง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงซ้ำอีกในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ งานที่เกี่ยวข้องกับปั้นจั่นหรือเครนจึงไม่ใช่งานที่อาศัยเพียงประสบการณ์หน้างานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ตามกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัย และความเข้าใจข้อจำกัดของเครนแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง
การ อบรมปั้นจั่นตามกฎหมาย และการเลือก หลักสูตรอบรมเครนและปั้นจั่น ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการลดความเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ

สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่
- BBC News ไทย: เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว โคราช เสียชีวิต 32 ราย เรารู้อะไรบ้าง?
- BBC News ไทย: วิเคราะห์ปัจจัย-ปัญหาต้นตอเหตุเครนถล่มพระราม 2 เกิดซ้ำ ๆ เพราะเหตุใด
เหตุเครนถล่มที่สีคิ้ว และทางด่วนพระราม 2 เกิดขึ้นได้อย่างไร
จากรายงานข่าวเหตุ เครนถล่ม สีคิ้ว และ เครนถล่ม พระราม 2 พบว่าสาเหตุเบื้องต้นมักเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของอุปกรณ์ เช่น น็อตยึดโครงสร้างหลุด สลิงขาด หรือข้อสงสัยเรื่องการยกน้ำหนักเกินพิกัด ซึ่งล้วนสะท้อนถึงปัญหาการใช้งานปั้นจั่นเกินขีดจำกัดและขาดการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งสองไซต์งานใช้ Launching Gantry ซึ่งเป็นเครนก่อสร้างขนาดใหญ่และเทคโนโลยีใหม่ การใช้งานต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางและการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด หากขาดการวางแผนและควบคุมที่เหมาะสม ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากปั้นจั่นอย่างรุนแรง

คำถามสำคัญ: ทำไมอุบัติเหตุไซต์งานก่อสร้างลักษณะนี้จึงเกิดซ้ำ?
อุบัติเหตุเครนถล่ม ที่เกิดซ้ำสะท้อนปัญหาด้านความปลอดภัยงานก่อสร้างในเชิงระบบ โดยมักพบว่าความรับผิดชอบถูกจำกัดอยู่ที่ผู้บังคับเครนระดับปฏิบัติการ ขณะที่การกำกับดูแลจากหัวหน้างานหรือผู้เชี่ยวชาญยังไม่ชัดเจน
เมื่อขาดการตรวจสอบ การประเมินน้ำหนัก และการควบคุมตามมาตรฐาน การใช้งานเครนหรือปั้นจั่นย่อมมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในโครงการที่ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง Launching Gantry ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทางซึ่ง ISTE Training เป็นหนึ่งในไม่กี่องค์กรในไทยที่มีความเข้าใจด้านนี้อย่างลึกซึ้ง
จากประสบการณ์การอบรมบุคลากรและให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างที่มีความเสี่ยงสูง และการใช้งานปั้นจั่นเทคโนโลยีเฉพาะทาง เหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของความรู้และการกำกับดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

อุบัติเหตุเครนถล่ม เกิดจากกระบวนการ ไม่ใช่อุปกรณ์
จากมุมมองของ ISTE Training อุบัติเหตุเครนถล่มในหลายเหตุการณ์สะท้อนชัดว่า “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเครนหรือปั้นจั่นเพียงอย่างเดียว” แต่เกิดจากกระบวนการทำงาน การกำกับดูแล และความพร้อมของบุคลากร ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ประเด็นจากกรณีเครนถล่ม พระราม 2
จากกรณีเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนถล่ม พระราม 2 สามารถวิเคราะห์ข้อผิดพลาดเชิงกระบวนการ ได้ดังนี้
- รูปแบบการจัดการความปลอดภัยในหลายโครงการยังไม่ครอบคลุมจุดเสี่ยงสำคัญ : การติดกล้องวงจรปิดทั่วไปไม่ช่วยในจุดวิกฤต ต้องมีกล้องและระบบมอนิเตอร์ที่เฝ้าระวัง critical point ของ Launching Gantry ได้จริง มิฉะนั้นจะไม่รู้สัญญาณล้มเหลวก่อนเกิดเหตุ
- ขาดความรู้ในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง: ไม่มีองค์ความรู้เฉพาะในการระบุว่าจุดใดของระบบมีโอกาส “เฟล” ทำให้ไม่สามารถป้องกันเชิงรุกได้
- โครงสร้างการรับเหมาที่ซับซ้อน ทักษะไม่สม่ำเสมอ: การรับงานใหญาหลายงานทำให้ต้องกระจายงานให้ผู้รับเหมาหลายราย โดยบางรายไม่เคยทำงานยกระดับหรืองานที่มีความเสี่ยงสูง เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่กระทบทั้งการก่อสร้าง
- ช่องว่างการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ: งานเครนเหนือศีรษะขนาดใหญ่และเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Launching Gantry ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจริงทั้งด้านโครงสร้างและกลไกเครื่องจักร ไม่ใช่เพียงที่ปรึกษาทั่วไป

ประเด็นจากกรณีเครนถล่ม สีคิ้ว
จากกรณีเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนถล่ม สีคิ้ว สามารถวิเคราะห์ข้อผิดพลาดเชิงกระบวนการ ได้ดังนี้
- จุดล้มเหลวอยู่ที่ฐานรอง ไม่ใช่โครงเหล็ก: ฐานรองที่รองรับโครงเหล็กร่วงลงมาในช่วงการเคลื่อนย้าย เป็นตัวก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขั้นตอนเคลื่อนย้ายเป็นกิจกรรมเสี่ยงสูงสุด: การเลื่อนโครงเหล็กไปด้านหน้าเพื่อก่อสร้างช่วงถัดไป ต้องปลดน็อตและจุดยึดบางส่วน หากลำดับขั้นตอนไม่ถูกต้อง ความเสี่ยงจะเพิ่มทันที
- กิจกรรมเสี่ยงต้องมีวิศวกรกำกับหน้างาน: ไม่ควรปล่อยให้แรงงานดำเนินการลำพังในขั้นตอนวิกฤต ต้องมีวิศวกรประจำและผู้เชี่ยวชาญคุมกระบวนการอย่างใกล้ชิด

สรุปประเด็นอุบัติเหตุเครนถล่มในมุม ISTE Training
อุบัติเหตุเครนถล่มเกิดจาก “กระบวนการที่ขาดการออกแบบ ควบคุม และกำกับโดยผู้เชี่ยวชาญ” มากกว่าความเสียหายของอุปกรณ์ การยกระดับความปลอดภัยต้องเริ่มจากองค์ความรู้ การเฝ้าระวังจุดเสี่ยง และการมีผู้เชี่ยวชาญดูแลทุกขั้นตอน ไม่เพียงแค่งานที่เกี่ยวข้องกับปั้นจั่นหรือเครนเท่านั้น แต่รวมถึงทุกงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแรงงานก็ควรยึดข้อปฏิบัตินี้เช่นเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุแรงงานที่อาจสร้างความเสียหายอย่างที่เห็นตามกรณีต่างๆ เหล่านี้
ช่องโหว่ที่พบบ่อยใน อุบัติเหตุเครนถล่ม
อุบัติเหตุเครนถล่มจำนวนมากไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่มีจุดร่วมสำคัญคือ “ช่องโหว่ในกระบวนการทำงาน” ซึ่งมักถูกมองข้ามในไซต์ก่อสร้าง โดยสามารถสรุปช่องโหว่ที่พบบ่อยได้ดังนี้
- คนทำงานไม่ผ่านการอบรมตามกฎหมาย: ผู้ควบคุม ผู้ให้สัญญาณ และผู้บังคับเครนที่ไม่ได้ผ่านการอบรมตามบทบาท มักไม่เข้าใจข้อจำกัดและจุดเสี่ยงของการใช้งานจริง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการอบรมปั้นจั่นตามกฎหมาย และเลือกหลักสูตรอบรมเครนและปั้นจั่น ให้ตรงกับตำแหน่งหน้าที่
- การใช้งานเครนผิดประเภทหรือผิดเงื่อนไข: การเลือกใช้เครนไม่ตรงกับลักษณะงาน น้ำหนัก หรือขั้นตอนที่ออกแบบไว้ ทำให้เครนทำงานเกินขีดจำกัด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียสมดุลและเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
- ไม่เคยตรวจสอบสภาพปั้นจั่นและระบบก่อนใช้งานจริง: ขาดการประเมินความพร้อมทั้งเครื่องจักร โครงสร้างประกอบ และสภาพแวดล้อมหน้างาน ทำให้ความผิดปกติเล็กน้อยกลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่เมื่อเริ่มใช้งานจริง

สิ่งที่กฎหมายกำหนด เกี่ยวกับการทำงานปั้นจั่นและเครน
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่น กำหนดให้นายจ้างต้องดูแลให้การใช้งานปั้นจั่นและเครนมีความปลอดภัยตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้งาน โดยสาระสำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้
กฎหมายกำหนดให้ ปั้นจั่นทุกประเภทต้องได้รับการทดสอบและตรวจสอบสภาพ ก่อนนำมาใช้งานจริง รวมถึงต้องทดสอบซ้ำเป็นระยะตามขนาดพิกัดยกและลักษณะการใช้งาน เพื่อยืนยันว่าโครงสร้าง อุปกรณ์ยก สลิง ตะขอ ระบบเบรก และระบบควบคุมยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัย
ในกรณีที่ปั้นจั่น หยุดใช้งานเป็นเวลานาน มีการซ่อมแซม ดัดแปลง หรือเกิดเหตุผิดปกติที่กระทบต่อความปลอดภัย ต้องทดสอบใหม่ก่อนนำกลับมาใช้งานทุกครั้ง พร้อมจัดทำบันทึกผลการทดสอบไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานตรวจสอบได้
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้จึงเน้นว่า ความปลอดภัยของปั้นจั่นและเครนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจาก การตรวจสอบ ทดสอบ และควบคุมสภาพเครื่องจักรอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในงานก่อสร้างและงานอุตสาหกรรม
ที่มา: ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่น

ป้องกันเครนถล่ม “ก่อนเกิดความเสียหาย”
อุบัติเหตุเครนถล่มส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากเริ่มจัดการตั้งแต่ “ก่อนเริ่มงานจริง” โดยมุ่งเน้นทั้งคน กระบวนการ และความพร้อมของเครื่องจักร ไม่ใช่รอแก้ไขเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว
อบรมให้ถูกคน ถูกตำแหน่ง และถูกประเภทเครน ลดความเสี่ยงเครนถล่ม
การอบรมที่ถูกต้องคือด่านแรกของการป้องกันอุบัติเหตุเครนถล่ม ต้องไม่ใช่การอบรมแบบเหมารวม แต่ต้องตรงกับบทบาทและลักษณะงานจริง
- อบรมให้ถูกคน ถูกตำแหน่ง: ผู้ควบคุม ผู้บังคับเครน ผู้ให้สัญญาณ และผู้ยึดเกาะวัสดุ ต้องผ่านการอบรมตรงตามหน้าที่ เพื่อเข้าใจความเสี่ยงและการทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย
- ทำความรู้จักประเภทเครนก่อนใช้งาน: เครนแต่ละประเภทมีโครงสร้าง วิธีใช้งาน และข้อจำกัดต่างกัน การเข้าใจชนิดของเครนช่วยลดการใช้งานผิดวัตถุประสงค์
- ใช้งานให้ถูกประเภท ไม่ฝืนขีดจำกัด: ต้องศึกษาพิกัดน้ำหนัก ขั้นตอนการยก และข้อห้ามอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้งานเกินสเปกที่ออกแบบไว้ เพราะเป็นสาเหตุหลักของการถล่ม
การอบรมปั้นจั่นตามกฎหมาย จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง
- คลิกเพื่อลงทะเบียน หลักสูตรอบรมปั้นจั่น 4 ผู้ ชนิดเคลื่อนที่ โดย ISTE Training
- คลิกเพื่อลงทะเบียน หลักสูตรอบรมปั้นจั่นหอสูง เครน 4 ผู้ โดย ISTE Training
ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและสถานที่ทำงานก่อนเริ่มงานจริง
จากแนวทางตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การตรวจสอบก่อนใช้งานเป็นอีกขั้นตอนที่ห้ามละเลย เพราะการตรวจสอบอย่างเป็นระบบควบคู่กับการอบรม คือหัวใจของการป้องกันอุบัติเหตุ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- ตรวจสอบสภาพปั้นจั่นและอุปกรณ์ยก: โครงสร้าง สลิง ตะขอ ระบบเบรก และระบบควบคุม ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- ทดสอบก่อนใช้งานและทดสอบตามรอบที่กฎหมายกำหนด: โดยเฉพาะหลังการซ่อมแซม ดัดแปลง หรือหยุดใช้งานเป็นเวลานาน
- ประเมินความพร้อมของพื้นที่ทำงาน: พื้นฐานรองรับ ระยะปลอดภัย และสิ่งกีดขวาง ต้องเหมาะสมกับการใช้งานเครน
- จัดทำบันทึกการตรวจสอบเป็นหลักฐาน: เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังและรองรับการตรวจของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายปั้นจั่น

อบรมเครน ปั้นจั่น กับ ISTE Training ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุเครนถล่ม
หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงอ แต่ในงานปั้นจั่น การป้องกันที่แท้จริงต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมคนให้พร้อมก่อนเริ่มงานจริง ผ่านการ อบรมปั้นจั่นตามกฎหมาย และการเลือก หลักสูตรอบรมเครนและปั้นจั่น ที่สอดคล้องกับลักษณะงานและประเภทเครนที่ใช้งาน
อุบัติเหตุเครนถล่มสามารถป้องกันได้ หากมีระบบความปลอดภัยที่เริ่มต้นจาก “คนและความรู้” ISTE Training จัดอบรมเครนและปั้นจั่นเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในไซต์งานก่อสร้างอย่างเป็นระบบ
- ISTE Training อบรมปั้นจั่น/เครนครบทุกตำแหน่งตามกฎหมาย: ครอบคลุมผู้ควบคุม ผู้บังคับเครน ผู้ให้สัญญาณ และผู้ยึดเกาะวัสดุ เพื่อให้ทำงานสอดประสานและปลอดภัย
- ISTE Training มีองค์ความรู้ด้านเครนเทคโนโลยีใหม่ และประสบการณ์จริง: เน้นความเข้าใจการใช้งานจริงและจุดเสี่ยงในไซต์งาน ช่วยลดความผิดพลาดที่นำไปสู่อุบัติเหตุ
การอบรมที่ถูกต้อง คือ ส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบความปลอดภัยในไซต์งาน เป็นการช่วยลดความเสี่ยงการใช้ปั้นจั่นก่อนเกิดความเสียหายในหลายๆ ด้าน

ISTE Training ผู้นำฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน
ข่าวเครนถล่มไม่ควรเป็นเพียงกระแสข่าวรายวัน แต่ควรเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกโครงการก่อสร้างกลับมาทบทวนระบบความปลอดภัย ไม่ละเลยลูกจ้างแรงงาน ซึ่งเมื่อเกิดเหตุทำให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สินและชีวิต
การอบรมปั้นจั่นและการตรวจสอบก่อนใช้งาน คือจุดเริ่มต้นของการลดความเสี่ยงอย่างยั่งยืน
คลิกเพื่อ ดูรายละเอียดทั้งหมด หลักสูตรอบรมปั้นจั่นกับ ISTE Training

